ThaiForexFamily

STOCHASTIC สโตแชสติก หรือ สโตคาสติก เป็น Indicators ที่ใช้ในการวิเคราะห์การเทรดแบบระยะสั้น มีประสิทธิภาพสูงมากในตลาดที่อยู่ในช่วงไซด์เวย์ และ สามารถใช้ทำกำไรได้ในช่วงตลาดที่เป็นเทรนใหญ่ๆ แต่ต้องหาจังหวะเข้าตามเทรนนั้นๆ ไม่ควรเทรดสวนเทรนใหญ่ๆ หรือตลาดแรงๆเด็ดขาด
การติดตั้งและการเซตค่า Indicators stochastic เบื้องต้น
โดย Indicators stochastic นั้นจะอยู่ในกลุ่มของ Examples ที่อยูในโปรแกรม MT4 สำหรับเทรด Forex สามารถติดตั้งได้ดังนี้

จากรูปเป็นการติดตั้ง Stochastic ลงบนหน้าต่างกราฟโปรแกรม MT4 โดยทำการลาก Indicators Stochastic ลงไปในกราฟ หรือ คลิกขวาที่ Stochastic และ เลือก Attach to a chart จะได้รูปร่างหน้าตา Stochastic ดังนี้

หมายเหตุ : Stochastic ที่เลือกมาใช้เป็นค่า Standard เริ่มแรกเลยโดยสามารถปรับสีเส้นเพื่อความเหมาะสมในการวิเคราะห์ให้สะดวกขึ้นหรือแล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล
อธิบายจากภาพ : จะเห็นว่า Stochastic นั้นจะมีเส้นบนกับเส้นล่าง แล้วจะมีกราฟเส้นวิ่งเป็นคลื่นขึ้นลง โดยจะแบ่งเป็นเส้น บน คือเส้น 80 และเส้นล่างคือเส้น 20 หากกราฟเส้นของ Stochastic อยู่เหนือเส้น 80 นั่นคือสัญญาณ Overbought หรือเรียกกันว่า ซื้อมากไป และถ้ากราฟอยู่ใต้เส้น 20 นั่นคือสัญญาณของ Oversold หรือ ขายมากไป ตามภาพดังต่อไปนี้

จากภาพอธิบายได้ดังต่อไปนี้ วงกลมหมายเลข 1 คือช่วงของสัญญาณ Overbought หรือ ซื้อมากไปอยู่ที่โซนหมายเลข 1 โดยเส้นของ Stochastic ได้ขึ้นไปเหนือกว่าค่ามาตรฐาน 80 ในวงกลมสีแดง เมื่อเกิดสัญญาณ Overbought ให้สังเกตพฤติกรรมของแท่งเทียนควบคู่ไปด้วย ว่ากราฟที่เป็นอยู่นั้นอยู่ในช่วงไซด์เวย์หรือเทรน ถ้าอยู่ในช่วงเทรนให้เลี่ยงไปก่อน นอกจากจังหวะที่เข้าจะอยู่ในช่วงตามเทรนนั้นๆ เมื่อกราฟตัดกันแล้วลงมาผ่านค่ามาตรฐาน 80 เป็นจังหวะเข้าที่ได้เปรียบก็ทำการเข้า Sell ได้ โดยจังหวะเข้า Sell ตาม Stochastic นั้นจะอยู่ตรงลูกศรสีแดงแสดงถึงจังหวะเข้า Sell
วงกลมหมายเลข 2 คือช่วงของสัญญาณ Oversold หรือ ขายมากไป อยูที่โซนหมายเลข 2 โดยที่เส้น Stochastic ได้ลงมาต่ำกว่าค่ามาตรฐาน 20 ในวงกลมสีแดงด้านล่างเมื่อเกิดสัญญาณ Oversold แล้วให้สังเกตแท่งเทียนควบคู่ไปด้วยว่าจังหวะน่าจะเข้า Sell หรือไม่ ถ้ากระแสตลาดค่าเงินรุนแรงให้เลี่ยงเทรดไปก่อน รอจนกว่าตลาดจะสงบและเบาบางลง จะปลอดภัยมากที่สุด เมื่อกราฟตัดกันแล้วผ่านขึ้นเส้น 20 แล้วถือว่าเป็นจังหวะเข้า Buy ที่จุดได้เปรียบที่สุดโดยจังหวะ Buy ที่ดีจะอยู่ตรง ลูกศรสีเขียวชี้แสดงให้เห็นถึงสัญญาณเข้า Buy
สรุปการใช้งาน Stochastic เบื้องต้น
การหาจังหวะเข้าเทรดที่ได้เปรียบ ต้องเข้าเมื่อเส้น Stochastic ตัดกันแล้วผ่านค่ามาตรฐาน 80 และ 20 จึงจะสามารถวิเคราะห์หาจังหวะเข้าซื้ออีกที Stochastic สามารถใช้งานได้ดีในช่วงที่ตลาดไซด์เวย์ ส่วนในตลาดที่เป็นเทรนก็สามารถวิเคราะห์เพื่อเข้าเทรดตามจุดที่ได้เปรียบโดยทีมงานจะเจาะลึกอธิบายกลไก การทำงานของ Stochastic แบบ Advance ในหัวข้อต่อไป
การใช้งาน Stochastic ขั้นสูง
การใช้งาน Stochastic เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดนั้นต้องเรียนรู้พฤติกรรมของแท่งเทียน , ช่วงเวลาการเทรด,และ ความได้เปรียบของราคาค่าเงินอยู่เสมอ เนื่องจาก Stochastic นั้นเหมาะกับการ เทรดระยะสั้น ทั้ง 3 สิ่งจึงมีความสำคัญมากๆ
การเซตค่า STOCHASTIC
การตั้งค่า Stochastic ที่นิยมใช้กันอีกแบบสามารถเซตค่าได้ดังนี้

จากภาพเราจะทำการ Add ตัวเลขเพิ่มเข้าไปโดย Stochastic จะมีตัวเลขพื้นฐานคือ 80 กับ 20 ให้ทำการเปลี่ยนตัวเลขนั้นเป็น 10 และ 90 และ Add ตัวเลขเพิ่มอีก คือ 25 , 50 , 75 เมื่อทำการ Add แล้วจะได้รูปร่างของ Stochastic ดังนี้

จากภาพอธิบายได้ว่าค่า Stochastic ในข้างต้นของเราเริ่มแรกจะมีแค่ค่า 80 และ 20 แต่เราปรับใหม่เพื่อใช้งาน Indicator Stochastic ในโหมดที่สูงขึ้นเพื่อการใช้งานและการวิเคราะห์ให้ละเอียดมากขึ้นจึงได้เซตค่าในรูปแบบใหม่เพิ่มเติม
เทคนิคการใช้งานและการวิเคราะห์ STOCHASTIC
การวิเคราะห์นั้น จะคล้ายๆ กับการวิเคราะห์พื้นฐาน แต่จะแบ่งเป็นระดับของ Overbought และ Oversold เป็น 2 ระดับด้วยกันคือ ระดับที่มากและมากที่สุด โดย Overbought ระดับซื้อมากคือผ่านแค่ช่วงเส้นค่า 75 ระดับซื้อมากสุดคือผ่านเส้นค่า 90 ส่วน Oversold ระดับขายมากคือลงต่ำกว่าเส้นค่า 25 และขายมากที่สุดคือลงต่ำกว่าเส้นค่า 10 ตัวอย่างการใช้งาน Stochastic ดังภาพต่อไปนี้

จากภาพอธิบายได้ดังนี้ หมายเลข 1 สัญญาณ Oversold ต่ำมากสุดเมื่อเส้น Stochastic ผ่านเส้นค่า 10 แล้ว ตัดกันขึ้นผ่าน เส้นค่า 25 ถือว่าเป็นจุดเข้า Buy A ที่ได้เปรียบที่สุด หมายเลข 2 สัญญาณ Overbought มากที่สุดเมื่อเส้น Stochastic ผ่านเส้นค่า 90 แล้วตัดกันลงผ่านเส้นค่า 75 ถือว่าเป็นจุดเข้า Sell B ที่ได้เปรียบที่สุด หมายเลข 3 สัญญาณ Oversold รอบที่ 2 ต่ำมากสุดเมื่อเส้น Stochastic ผ่านเส้นค่า 10 แล้ว ตัดกันขึ้นผ่านเส้นค่า 25 ถือว่าเป็นจุดเข้า Buy C ที่ได้เปรียบที่สุด หมายเลข 4 สัญญาณ Overbought รอบที่ 2 มากที่สุดเมื่อเส้น Stochastic ผ่านเส้นค่า 10 แล้วตัดกันลงผ่านเส้น 75 ถือว่าเป็นจุดเข้า Sell D ที่ได้เปรียบที่สุด
หมายเหตุ : การใช้งาน Stochastic ในบางมุมมองแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะเข้าเทรดในสัญญาณ Overbought ที่ผ่านเส้นค่า 90 หรือ Oversold ที่ผ่านเส้นค่า 10 ทันทีก็ได้ โดย Stochastic นั้น เหมาะกับการเทรดช่วงสั้นๆ มีวิธีการหาสัญญาณโดยไล่กราฟ Time Flame ใหญ่ ตั้งแต่ M30 – M15 – และ M5 ตามลำดับ (โดยที่นิยมใช้คือ M5)
การใช้งาน Stochastic ในสถาณการณ์ที่กราฟมีลักษณะเป็นเทรน
เมื่อเราใช้ Stochastic เพื่อจะเทรดในเทรนใหญ่ๆ นั้น เราต้องกำหนดว่าต้องหาจุดเข้าที่ได้เปรียบตามเทรนนั้นๆ เมื่อมีกระแสเทรนมา โดยที่เราจะเลี่ยงการเทรดแบบสวนเทรน การเลือกใช้ Stochastic ในเทรนนั้นจะเป็นการหาสัญญาณเข้าเมื่อกราฟสิ้นสุดการพักตัว ซึ่งขั้นตอนที่เป็นเทคนิคในการใช้งานมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1. วิเคราะห์เทรนหลักของกราฟให้ออกโดยใช้ Time Flame ใหญ่ๆ ในการเลือกเทรน 2. เมื่อรู้เทรนหลักแล้วให้ใช้ Stochastic ใน Time Flame ย่อยๆ (แนะนำ M5) 3. รอจังหวะที่กราฟอยู่ในโซน Over Bought หรือ Over Sold แล้วเทรดตามเทรนนั้นๆ ไป
สรุป : Stochastic เป็น Indicator ที่ใช้ในการหาจังหวะการพักตัวหรือการหาสัญญาณในการเทรดในระยะสั้นๆ ไม่เหมาะที่จะวิเคราะห์การเทรดระยะยาวหรือวิเคราะห์เป็นเทรน เพราะจะทำให้ผู้ใช้สับสนในเรื่องของการใช้งาน ซึ่ง Stochastic เหมาะที่จะใช้ร่วมกับ Indicator ตัวอื่นๆ ที่สามารถวิเคราะห์เทรนได้ดีเช่น Moving Average (MA) หรือ MACD เป็นต้น การใช้งานร่วมกันให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดนั้น นักเทรดต้องหมั่นฝึกฝนในการวิเคราะห์ Indicator บ่อยๆ และตั้งคำถามให้กับตัวเองเสมอ เพื่อค้นหาแนวทางและระบบเทรดที่เหมาะสมกับตัวนักเทรดเองจะดีที่สุด
สมัครเป็นสมาชิกได้ที่ www.thaiforexfamily.net เพื่อรับสิทธิประโยชน์ และเครื่องมือต่างๆ

การแสดงความคิดเห็น 0


แสดงความคิดเห็น

(ต้องล็อคอินเข้าสู่ระบบก่อน ถึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้)

หัวข้อที่น่าสนใจ


ถูกใจและแชร์เว็บนี้


Responsive image

Facebook Fanpage


Responsive image